เงินบาทยังไร้ทิศทาง! แกว่ง 33.12-33.21 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.17 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จับตาข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ-สถานการณ์ตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.17 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.12-33.21 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการย่อตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ในช่วงต้นของการซื้อ-ขาย ในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงบ้าง ส่วนราคาทองคำรีบาวด์สูงขึ้นกลับสู่โซน 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สอดคล้องกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่แม้จะกลับมาร้อนแรงขึ้น ทว่าการแลกเปลี่ยนการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นมากและยังไม่มีแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะยกระดับการโจมตี นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรและปรับลดสถานะถือครองลง ก่อนรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างข้อมูลตลาดแรงงานในช่วงตลอดสัปดาห์นี้
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 4.78% หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้น จนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน ได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของผู้เล่นในตลาด และทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า Fed มีโอกาส 51% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ แม้ว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะทยอยปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้โซน 4.80%
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ตามแรงขายทำกำไรและการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ก่อนรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อีกทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นมากนัก ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อลงสู่โซน 99.4 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.3-99.6 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก ยังคงสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทว่า ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุน ตามแรงซื้อ Buy on Dip และจังหวะย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ หนุนให้ ราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหว แถวโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.16 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.18 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์ USD ยังคงเทรดอยู่ในกรอบแคบโดยแข็งค่าเมื่อเทียบกับ JPY แต่ภาพรวมยังไม่ได้กลับเป็น USD Bullish เต็มตัว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป Higher for longer หรืออาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อได้มากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ในคืนวันศุกร์ ขณะที่ JOLTS (เป็นดัชนีเพื่อดูอุปสงค์ของการจ้างงาน), ขณะที่ ADP และ ISM Services จะเป็นข้อมูลสำคัญระหว่างทางสำหรับประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและทิศทาง Fed หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.00 – 33.40 แนะนำ ซื้อ 33.00 / ขาย 33.40
- EUR/THB 38.40 - 38.80 แนะนำ ซื้อ 38.40 / ขาย 38.80
- JPY/THB 0.2060 - 0.2100 แนะนำ ซื้อ 0.2060 / ขาย 0.2100
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB